วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ภาระงานที่ 2



เอนไซม์ตัดจำเพาะ

          เอนไซม์ตัดจำเพาะค้นพบเป็นครั้งแรกโดย  แฮมิลตัน  สมิธ (Hamilton  Smith) และคณะ แห่งสถาบันแพทย์ศาสตร์จอห์น ฮอปกินส์ สหรัฐอเมริกา  ในปี พ.ศ.2513 และต่อมาได้มีการค้นพบเอนไซม์ที่มีลักษณะเช่นนี้  แต่ตัดจำเพาะในตำแหน่งลำดับเบสต่างออกไปจนถึงปัจจุบันนี้มีการค้นพบเอนไซม์ตัดจำเพาะมากกว่า 1,200 ชนิด ตัวอย่างต่อไปนี้

          จุลินทรีที่เป็นแหล่งผลิตเอนไซม์ Bacillus amyloliquefaceinsH มีชื่อเอนไซม์ย่อว่า BamHIลำดับเบสตัดที่ตำแหน่ง G กับ Gจากทิศทาง 5 ´ไป ได้ผลผลิตจาการตัดเอนไซม์ดังนี้
5'…G-G-A-T-C-C…3'

5'…G

G-A-T-C-C…3'

และลำดับเบสตัดที่ตำแหน่ง G กับ Gจากทิศทาง 3 ´ไป ได้ผลผลิตจาการตัดเอนไซม์ดังนี้
3'…C-C-T-A-G-G…5'

3'…C-C-T-A-G

G…5'


 ●จุลินทรีที่เป็นแหล่งผลิตเอนไซม์ Escherichia coliRY 13มีชื่อเอนไซม์ย่อว่า EcoRI
ลำดับเบสตัดที่ตำแหน่ง G กับ Aจากทิศทาง 5' ไป 3 'ได้ผลผลิตจาการตัดเอนไซม์ดังนี้

5'…G-A-A-T-T-C…3'

5'…G

A-A-T-T-C…3'
                                                          



และลำดับเบสตัดที่ตำแหน่ง G กับ Aจากทิศทาง 3' ไป 5 'ได้ผลผลิตจาการตัดเอนไซม์ดังนี้

3´…C-T-T-A-A-G…5´

3´…C-T-T-A-A

G…5´

จุลินทรีที่เป็นแหล่งผลิตเอนไซม์ Haemophilus aegyptiusมีชื่อเอนไซม์ย่อว่า HaeIII
ลำดับเบสตัดที่ตำแหน่ง G กับ Cจากทิศทาง 5 ´ไป ได้ผลผลิตจาการตัดเอนไซม์ดังนี้
5´…G-G-C-C…3´

5´…G-G

C-C…3´


และลำดับเบสตัดที่ตำแหน่ง G กับ Cจากทิศทาง 3 ´ไป ได้ผลผลิตจาการตัดเอนไซม์ดังนี้
3´…C-C-G-G…5´

3´…C-C

G-G…5´



จุลินทรีที่เป็นแหล่งผลิตเอนไซม์Hemophilus influenza Rdมีชื่อเอนไซม์ย่อว่าHind III
ลำดับเบสตัดที่ตำแหน่ง A กับ A จากทิศทาง 5 ´ไป ได้ผลผลิตจาการตัดเอนไซม์ดังนี้

5´…A-A-G-C-T-T…3´

5´…A

A-G-C-T-T…3´

ลำดับเบสตัดที่ตำแหน่ง A กับ A จากทิศทาง 3 ´ไป ได้ผลผลิตจาการตัดเอนไซม์ดังนี้
3´…T-T-C-G-A-A…5´

3´…T-T-C-G-A

A-…5´




จุลินทรีที่เป็นแหล่งผลิตเอนไซม์Streptomyces albus มีชื่อเอนไซม์ย่อว่า SalI
ลำดับเบสตัดที่ตำแหน่ง Gกับ T จากทิศทาง 5 ´ไป ได้ผลผลิตจาการตัดเอนไซม์ดังนี้
5´…G-T-C-G-A-C…3´

5´…G

T-C-G-A-C…3´

ลำดับเบสตัดที่ตำแหน่ง Gกับ T จากทิศทาง 3 ´ไป ได้ผลผลิตจาการตัดเอนไซม์ดังนี้
3´…C-A-G-C-T-G…5´

3´…C-A-G-C-T

G…5´




                   จากตารางจะเห็นว่าเอนไซม์ที่ตัดจำเพาะแต่ละชนิดมีบริเวณลำดับเบสจำเพาะ และจุดตัดจำเพาะที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น เอนไซม์ EcoRI จะมีลำดับเบสจำเพาะในการตัดจะมีจำนวน 6 คู่เบส ในขณะที่ HeaIII จะใช้เพียงสี่คู่เบส  จุดตัดจำเพาะที่เกิดขึ้น จะได้สาย DNA หลังจากถูกตัดแล้วใน 2 รูปแบบ เช่นในกรณีของการตัดด้วยเอนไซม์ Eco RI  จุดตัดจำเพาะจะอยู่ระหว่างเบส G และ A ซึ่งหลังจากการตัดจะทำให้ได้ปลายสายเดี่ยวทั้ง 2 ปลาย ที่รอยตัดของสาย DNA ซึ่งมีนิวคลีโอไทด์สายเดี่ยวยื่นออกมา เรียกปลายสาย DNA ที่เกิดขึ้นเช่นนี้ว่าปลายเหนียว (sticky end)” แต่ในกรณีของ HeaIII จุดตัดจำเพาะอยู่ระหว่าง G








คำถามสำหรับเรื่องนี้นะค่ะ

1.    เอนไซม์ตัดจำเพาะค้นพบเป็นครั้งแรกโดยใคร
2.    การค้นพบเอนไซม์ตัดจำเพาะมากกว่ากี่ชนิด
3.   เอนไซม์ที่ตัดจำเพาะแต่ละชนิดมีบริเวณลำดับเบสจำเพาะ และจุดตัดจำเพาะที่แตกต่างกัน     หรือไม่




6 ความคิดเห็น: